ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์มีหลากหลายประเภทต่างกันที่ส่วนประกอบ และมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใช้ยังไงให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง แบ่งหลักๆ แล้วคือ ฟิลเลอร์ที่ร่างกายดูดซึมได้ และฟิลเลอร์ที่ร่างกายดูดซึมไม่ได้ ดังนี้

สารฟิลเลอร์ที่ร่างกายดูดซึมได้

คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย ที่มีหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่นแก่อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แหล่งคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์คือ คอลลาเจนจากสัตว์ เช่น คอลลาเจนจากวัวหรือโบวีน (Bovine) คอลลาเจนจากหมูหรือพอร์ซีน (Porcine) อีกประเภทหนึ่งคือแหล่งคอลลาเจนที่มาจากเซลล์ของมนุษย์ ฟิลเลอร์คอลลาเจนเมื่อฉีดแล้วจะอยู่ได้นาน 3-4 เดือน สั้นที่สุดเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ประเภทอื่น และต้องมีการทดสอบการแพ้โปรตีนก่อนทำการฉีดด้วยทุกครั้งฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์คาง

EVOLENCE คือคอลลาเจนฟิลเลอร์บริสุทธิ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ มีสีค่อนข้างเหลืองและขุ่น ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ฉีดบริเวณชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเติมเต็มให้ริ้วรอยและร่องแก้มร่องจมูกตื้นขึ้น ผลอยู่ได้นานถึง 12 เดือน (ตามคำอ้างอิงของทางบริษัท) ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 500 USD หรือประมาณ 18,000 บาท ต่อ 1 ไซริงค์ ฟิลเลอร์คาง
กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA) คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง เรียกว่าโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่มีอยู่ในร่างกายอย่างผิวหนังและกระดูกอ่อน เมื่อผสมรวมกับน้ำจะขยายตัวอยู่ในรูปของเนื้อเจล ทำให้ฟิลเลอร์ชนิดนี้ให้ผลที่เรียบเนียบและเติมเต็ม กรดไฮยาลูรอนิคมาจากแบคทีเรียหรือสกัดจากหงอนไก่ (Rooster Combs) และอาจเติมสารเชื่อมพันธะเพื่อให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น 6-12 เดือน
— Juvéderm คือแบรนด์ระดับโลกอีกแบรนด์หนึ่งที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง การทำงานของฟิลเลอร์คือการดูดซับน้ำในบริเวณที่ฉีด ได้ผลดีกับร่องลึกปานกลางจนถึงลึกมาก อย่างร่องแก้มร่องจมูก ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้ยังสามารถฉีดแก้ไขริมฝีปากบางให้ดูหนาอวบอิ่มขึ้น เพิ่มความหนาบริเวณติ่งหูและโหนกแก้ม ฉีดหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้นได้ ผลอยู่ได้นาน 6-9 เดือน (ตามคำอ้างอิงของทางบริษัท) ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 450-600 USD หรือประมาณ 16,000-21000 บาท ต่อ 1 ไซริงค์ การแก้ไขหากฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ถูกใจคือ ฉีด Hyaluronidase เข้าไปสลายฟิลเลอร์ในชั้นผิวหนังแท้
–Restylane / Restylane-L ลักษณะการทำงานและราคาใกล้เคียงกับแบรนด์ Juvéderm คือฟิลเลอร์จะดูดซับน้ำในบริเวณที่ฉีดแล้วพองตัวเพื่อเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ ผลอยู่ได้นาน 18 เดือน (ตามคำอ้างอิงของทางบริษัท) แต่ควรฉีดซ้ำทุก 4.5 เดือนหรือทุก 9 เดือน หากไม่ฉีดซ้ำจะอยู่ได้เพียง 6 เดือน
–Perlane ผลิตโรงงานเดียวกันและราคาพอๆ กันกับ Restylane แต่ใช้เพื่อหวังผลที่มากกว่า เหมาะสำหรับร่อง ริ้วรอย หลุมสิว ที่ลึกมากๆ ต้องการการเติมเต็มมากกว่า แม้จะมีบางคนบอกว่า ฉีดPerlane แล้วอยู่ได้นานกว่า Restylane แต่ FDA ก็รับรองผลแค่ 6 เดือนเท่านั้น